แชร์

อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ใช้กับสัญญาประเภทไหนบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ย. 2026
21 ผู้เข้าชม
อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์

อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ใช้กับสัญญาประเภทไหนบ้าง 


ทุกวันนี้ธุรกิจไทยเปลี่ยนงานเอกสารเป็นดิจิทัลกันเยอะขึ้น ตั้งแต่ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Tax ที่ ไปจนถึงการเซ็นสัญญาผ่านอีเมลและระบบออนไลน์ ทั้งสัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่าพื้นที่ และหนังสือมอบอำนาจ แต่คำถามที่ตามมาทันทีคือ ในเมื่อไม่มีกระดาษให้ติดแสตมป์แล้ว จะเสียอากรแสตมป์อย่างไรให้ถูกต้อง คำตอบคือ กรมสรรพากรกำหนดให้ตราสารที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบออนไลน์หรือที่เรียกกันว่า อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty)


หลายธุรกิจยังเข้าใจผิดว่าเรื่องนี้เป็นทางเลือก ทั้งที่จริงเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย และถ้ายื่นช้าจะมีทั้งเงินเพิ่มอากรและค่าปรับอาญาตามมา บทความนี้จึงสรุปให้ครบ ตั้งแต่อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร ใช้กับสัญญาไหนบ้าง อัตราอากรเท่าไหร่ ต้องยื่นภายในกี่วัน ไปจนถึงวิธีเตรียมสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ของธุรกิจให้พร้อมชำระอากรได้อย่างถูกต้อง


อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ?


อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) คือการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แทนการซื้อแสตมป์ดวงมาปิดทับบนเอกสาร โดยยื่นตามแบบ อ.ส.9 สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์


จุดที่ต่างจากแสตมป์ดวงอย่างชัดเจนคือ หลักฐานการเสียอากร เมื่อชำระเงินสำเร็จ กรมสรรพากรจะออก รหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ พร้อมใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้ ซึ่งถือว่าตราสารนั้น "ปิดแสตมป์บริบูรณ์" แล้ว จากนั้นนำรหัสรับรองไปอ้างอิงหรือผนวกกับตัวสัญญา และตรวจสอบย้อนหลังได้แบบเรียลไทม์


"ตราสารอิเล็กทรอนิกส์" ในที่นี้หมายถึงตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่จัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พูดง่าย ๆ คือสัญญาที่เกิดขึ้นและลงนามในรูปแบบดิจิทัลตั้งแต่ต้น ไม่ใช่สัญญากระดาษที่สแกนเก็บไว้ทีหลัง


ประเด็นสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้คือ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ประกาศกำหนด ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินเท่านั้น ไม่สามารถใช้แสตมป์ดวงได้ และช่วงผ่อนผันให้ไปยื่นชำระที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาก็สิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2565 แล้ว ปัจจุบันจึงต้องยื่นผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น


อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้กับสัญญาไหนบ้าง ?


ตอนเริ่มต้นในปี 2562 ระบบนี้รองรับเพียง 5 ตราสาร แต่ปัจจุบันขยายครอบคุลมตราสารตั้งแต่ 1-28(ค) (ยกเว้นตราสาร 22) แล้ว ซึ่งหมายความว่าสัญญาธุรกิจแทบทุกประเภทที่ทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าข่ายเกือบทั้งหมด


สำหรับตราสารที่ธุรกิจเจอบ่อยที่สุดในงานประจำวัน มีดังนี้

ประเภทสัญญา (ตราสาร) อัตราอากรแสตมป์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร
เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพ (ตราสาร 1) 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท ของค่าเช่าหรือเงินกินเปล่าตลอดอายุการเช่า ผู้ให้เช่า
เช่าซื้อทรัพย์สิน (ตราสาร 3) 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท ของราคาทั้งหมด ผู้ให้เช่าซื้อ
จ้างทำของ (ตราสาร 4) 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท ของสินจ้าง ผู้รับจ้าง
กู้ยืมเงิน หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี (ตราสาร 5) 1 บาท ต่อทุก 2,000 บาท ของยอดเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้กู้
ใบมอบอำนาจ (ตราสาร 7) 10 บาท (กระทำการครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (กระทำการมากกว่าครั้งเดียว) ผู้มอบอำนาจ
ใบมอบฉันทะให้ลงมติในที่ประชุมบริษัท (ตราสาร 8) 20 บาท (ประชุมครั้งเดียว) หรือ 100 บาท (มากกว่าครั้งเดียว) ผู้มอบฉันทะ
ค้ำประกัน (ตราสาร 17) 1–10 บาท ตามวงเงินค้ำประกัน หากไม่จำกัดจำนวนเงิน เสีย 10 บาท ผู้ค้ำประกัน
หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน (ตราสาร 27) 100 บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน


ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับ 2 ตราสารที่มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะที่สุด

  • สัญญาเช่า ถ้าไม่ได้กำหนดอายุการเช่าไว้ กฎหมายให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี และหากครบกำหนดแล้วผู้เช่ายังอยู่ต่อโดยไม่ทำสัญญาใหม่ ต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าเริ่มสัญญาใหม่
  • สัญญาจ้างทำของ ถ้าตอนทำสัญญายังไม่ทราบสินจ้างที่แน่นอน ให้ประมาณการแล้วเสียอากรตามที่ประมาณไว้ก่อน หากรับเงินเป็นงวดและอากรที่เสียไว้ยังไม่ครบ ต้องเสียเพิ่มให้ครบทุกครั้งที่รับเงิน และถ้าสุดท้ายเสียเกินไป สามารถขอคืนได้

ธุรกิจต้องยื่นและชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อไหร่ ?


กำหนดเวลาคือ ก่อนกระทำตราสาร หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสาร โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ หากวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดราชการ ให้ยื่นได้ภายในวันเปิดทำการถัดไป

คำว่า "กระทำตราสาร" ตามประมวลรัษฎากร หมายถึงการลงลายมือชื่อ ดังนั้นนาฬิกา 15 วันจะเริ่มเดินทันทีที่คู่สัญญาลงนามครบ ไม่ใช่ตอนที่เริ่มงานหรือตอนรับเงิน ซึ่งเป็นจุดที่หลายธุรกิจพลาดบ่อยที่สุด ซึ่งถ้าหากยื่นล่าช้าหรือปิดแสตมป์ไม่บริบูรณ์ จะมีความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ดังนี้

กรณี เงินเพิ่มอากร ค่าปรับอาญา
ยื่นเกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน 2 เท่าของเงินอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ไม่เกิน 500 บาท
ยื่นเกิน 90 วัน 5 เท่าของเงินอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ไม่เกิน 500 บาท
เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ปิดอากร หรือปิดอากรขาด 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสียหรือที่ขาด หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ไม่เกิน 500 บาท

 

นอกจากค่าปรับแล้ว ยังมีผลกระทบที่หนักกว่าในทางธุรกิจ คือ ตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรครบถ้วน หมายความว่าถ้าเกิดข้อพิพาทกับคู่ค้าขึ้นมา สัญญาที่ลืมเสียอากรจะกลายเป็นเอกสารที่ใช้ฟ้องร้องไม่ได้ทันที


วิธียื่นอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ ทำได้กี่ช่องทาง ?


กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นแบบ อ.ส.9 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ 3 ช่องทาง เลือกตามปริมาณเอกสารและความพร้อมของระบบ

ช่องทางที่ 1: ยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร


เหมาะกับธุรกิจที่มีสัญญาไม่มาก ขั้นตอนคือเข้าสู่ระบบ e-Filing หรือใช้ Digital ID ที่รองรับ กรอกรายละเอียดตราสารทีละฉบับ (เลขที่สัญญาต้องไม่ซ้ำกัน) ชำระเงิน แล้วรับรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์พร้อมใบเสร็จ


ช่องทางที่ 2: เชื่อมต่อ API ด้วยตัวเอง


เหมาะกับองค์กรที่ยื่นข้อมูลคราวละมาก ๆ และมีทีม IT ดูแล แต่ต้องลงทะเบียนขอเชื่อมต่อ Open API ผ่านระบบ e-Filing ทดสอบการนำส่งข้อมูล มีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการภายใต้ Thailand NRCA และยื่นแบบ ภ.อ.01.2 พร้อมลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์


ช่องทางที่ 3: ยื่นผ่านผู้ให้บริการ (Service Provider)


เหมาะกับธุรกิจที่ไม่ต้องการพัฒนาระบบเอง โดยส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจประเมินจาก ETDA เป็นผู้จัดทำและยื่นข้อมูลผ่าน API แทน แล้วรับชุดชำระเงินหรือ QR Payment กลับมาชำระ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ เพราะไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบและไม่ต้องดูแลใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เอง

โดยบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา i-BOX เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ (Service Provider) ด้านอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจจึงยื่นและชำระอากรผ่านช่องทางนี้ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ API กับกรมสรรพากรด้วยตัวเอง

ก่อนจะเสียอากรได้ สัญญาต้องเป็น "ตราสารอิเล็กทรอนิกส์" ที่สมบูรณ์ก่อน


จุดที่หลายธุรกิจมองข้ามคือ อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์เป็นแค่ปลายทาง ต้นทางที่สำคัญกว่าคือตัวสัญญาต้องเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงนามอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เสียก่อน

ถ้ายังพิมพ์สัญญาออกมาเซ็นด้วยปากกา แล้วสแกนส่งอีเมล เอกสารนั้นยังเป็นสัญญากระดาษในทางกฎหมาย ไม่ใช่ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ และการเสียอากรก็จะกลับไปอยู่ในกระบวนการเดิมทั้งหมด ทั้งการซื้อแสตมป์ ปิดทับ ขีดฆ่า และเก็บแฟ้มย้อนหลังหลายปี

ระบบ i-BOX Doc2Sign ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการต้นทางส่วนนี้โดยเฉพาะ ทำให้สัญญาของธุรกิจเกิดขึ้นเป็นดิจิทัลตั้งแต่ต้นและมีผลผูกพันทางกฎหมาย ครอบคลุมตั้งแต่

  • การลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับกฎหมายไทย จัดทำตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (ฉบับอัปเดต) พร้อมตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารหลังลงนามได้ว่าไม่มีการแก้ไขใด ๆ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของเอกสารที่ต้องใช้อ้างอิงทางกฎหมาย
  • การยืนยันตัวตนผู้ลงนามแบบหลายขั้นตอน ทั้ง 2-Factor Verification, E-KYC และการตรวจสอบข้อมูลตัวตนกับภาครัฐ รองรับทั้งงาน B2B และ B2C เลือกระดับความเข้มงวดได้ตามประเภทเอกสาร
  • ระบบเวิร์กโฟลว์ที่ยืดหยุ่น จัดเส้นทางเอกสารที่ต้องผ่านการตรวจสอบ อนุมัติ และลงนาม ได้ทั้งแบบเรียงลำดับและแบบเซ็นพร้อมกัน ตั้งค่าอัตโนมัติหรือปรับตามกระบวนการจริงขององค์กรได้
  • การแจ้งเตือนอัตโนมัติ ทั้งเตือนผู้ลงนามให้เซ็นเร็วขึ้น เตือนเอกสารประกอบสัญญาหมดอายุ และการต่อสัญญาอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ทีมกฎหมายและจัดซื้อไม่พลาดกำหนด 15 วันของการยื่นอากร
  • ชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ต่อได้ในระบบเดียว หลังลงนามเรียบร้อยแล้ว สามารถเลือกได้เลยว่าเอกสารฉบับนั้นเป็นตราสารประเภทใดที่ต้องชำระอากร แล้วดำเนินการชำระต่อใน Doc2Sign ได้ทันที ไม่ต้องออกไปยื่นอีกระบบหนึ่ง จึงจบครบทั้งลูปตั้งแต่ส่งเอกสารลงนามจนถึงเสียอากรครบถ้วน


ข้อควรระวังในการเสียอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ มีอะไรบ้าง ?

  • นับวันครบกำหนดจากวันลงลายมือชื่อ ไม่ใช่วันเริ่มงานหรือวันรับเงิน และ 15 วันนี้นับรวมวันหยุดราชการด้วย
  • เลขที่สัญญาต้องไม่ซ้ำกัน เพราะระบบใช้อ้างอิงตราสารแต่ละฉบับ หากซ้ำจะทำให้ยื่นข้อมูลไม่สำเร็จ
  • ตรวจให้ชัดว่าใครมีหน้าที่เสียอากร เพราะแต่ละตราสารกำหนดผู้มีหน้าที่ต่างกัน เช่น สัญญาจ้างทำของเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ส่วนสัญญาเช่าเป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่า
  • เก็บรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ไว้คู่กับตัวสัญญาเสมอ เพราะเป็นหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่าตราสารนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว
  • สัญญาที่มีการรับเงินเป็นงวด ต้องตามเสียอากรเพิ่มให้ครบ โดยเฉพาะสัญญาจ้างทำของที่ประมาณสินจ้างไว้ต่ำกว่าจริง

จบครบทั้งลูป ตั้งแต่ลงนามสัญญาถึงชำระอากรแสตมป์ ด้วย i-BOX Doc2Sign


จุดที่ทำให้เรื่องอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ยุ่งยากสำหรับหลายธุรกิจ ไม่ใช่ตัวการคำนวณอากร แต่เป็นการที่งานถูกหั่นเป็นสามช่วงคนละที่ คือเซ็นสัญญาที่หนึ่ง กรอกแบบ อ.ส.9 ที่หนึ่ง แล้วไปชำระเงินอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นช่องที่ทำให้เอกสารตกหล่นและเลยกำหนด 15 วันได้ง่ายที่สุด

ระบบ i-BOX Doc2Sign ช่วยให้กระบวนการลงนามสัญญาจบได้ภายใน 5 นาที ตั้งแต่การตั้งค่าเอกสารภายในองค์กร การขออนุมัติ การยืนยันตัวตนผู้ลงนาม จนถึงการลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมฟีเจอร์ติดตามสถานะที่ทำให้เห็นภาพรวมความคืบหน้าของทุกฉบับ

และเมื่อลงนามเสร็จ ก็เลือกประเภทตราสารแล้วชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ต่อได้ในระบบเดียวเลย โดยมีบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการที่ยื่นข้อมูลกับกรมสรรพากรให้ ธุรกิจจึงไม่ต้องเชื่อมต่อ API เอง ไม่ต้องสลับไปกรอกแบบ อ.ส.9 ในอีกระบบ และไม่ต้องกลัวพลาดกำหนด 15 วัน


สำหรับท่านใดที่สนใจเปลี่ยนงานสัญญาที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายและเร็วขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดต่อทีมงานได้ที่ www.i-box.app/doc2sign-e-signature


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์


Q : อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์กับแสตมป์ดวง ใช้แทนกันได้หรือไม่ ?


A : สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ใช้แทนกันไม่ได้ กฎหมายบังคับให้ชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ไม่สามารถปิดแสตมป์ดวงได้ ส่วนสัญญาที่ยังทำเป็นกระดาษ ยังใช้วิธีปิดแสตมป์ดวงตามปกติ หรือจะเลือกชำระเป็นตัวเงินก็ได้ในบางลักษณะตราสาร


Q : สัญญาที่พิมพ์ออกมาเซ็นแล้วสแกนส่งอีเมล ถือเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ไหม ?


A : ไม่เป็น เพราะตราสารอิเล็กทรอนิกส์หมายถึงตราสารที่จัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้น ไฟล์สแกนของสัญญากระดาษยังคงเป็นสัญญากระดาษในทางกฎหมาย หากต้องการให้สัญญาเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์จริง ต้องจัดทำและลงนามผ่านระบบลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์อย่าง i-BOX Doc2Sign

Q : ยื่นอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ช้ากว่า 15 วัน จะเป็นอย่างไร ?


A : ต้องชำระเงินเพิ่มอากรพร้อมค่าปรับอาญา โดยหากยื่นเกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 2 เท่าของเงินอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า และหากเกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 5 เท่าของเงินอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ส่วนค่าปรับอาญาไม่เกิน 500 บาท และที่สำคัญคือ ระหว่างที่ยังไม่เสียอากรครบถ้วน จะใช้สัญญาฉบับนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้

Q : สัญญาจ้างทำของที่ยังไม่รู้ยอดเงินแน่นอน ต้องเสียอากรอย่างไร ?


A : ให้ประมาณจำนวนสินจ้างตามสมควรแล้วเสียอากรตามที่ประมาณไว้ก่อน หากภายหลังมีการรับเงินเป็นงวด ๆ และอากรที่เสียไว้เดิมยังไม่ครบ ต้องเสียเพิ่มให้ครบทุกครั้งที่รับเงินทันที และเมื่องานสิ้นสุดลงแล้วพบว่าเสียอากรเกินไป สามารถยื่นขอคืนได้ตามมาตรา 122 แห่งประมวลรัษฎากร

Q : ธุรกิจขนาดเล็กที่มีสัญญาไม่กี่ฉบับต่อเดือน จำเป็นต้องใช้ระบบไหม ?


A : จำเป็น เพราะหน้าที่เสียอากรแสตมป์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจหรือจำนวนสัญญา สัญญาฉบับเดียวที่ลืมเสียอากรก็ทำให้ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลไม่ได้เช่นกัน ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเริ่มจากการยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้เลย และเมื่อสัญญาเริ่มเยอะขึ้นหรือมีคู่ค้าองค์กรใหญ่ที่ขอเซ็นเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ต่อยอดไปใช้ระบบลงนามอย่าง i-BOX Doc2Sign ได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อกระบวนการใหม่



บทความที่เกี่ยวข้อง
ใบกำกับภาษีคืออะไร? สอนวิธีออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
ใบกำกับภาษี คืออะไร? ทำความเข้าใจเอกสารสำคัญทางธุรกิจ เรียนรู้วิธีออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องทุกขั้นตอน สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่
E-KYC คืออะไร ?
E-KYC คืออะไร ต่างจากการยืนยันตัวตนแบบเดิมอย่างไร ทำไมการลงนามดิจิทัลถึงขาดไม่ได้ พร้อมมาตรฐาน IAL และ AAL ที่ธุรกิจควรรู้ก่อนเลือกระบบเซ็นสัญญาออนไลน์
This website uses cookies to enhance your experience and providing the best service from us. Please confirm the acceptance. You can learn more about our use of cookies from our Policy. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้